เกี่ยวกับโปรแกรม

คุณสามารถศึกษาคุณสมบัติของโปรแกรมอีซี่เซลส์ 2014 ในแต่ละ Level ที่เหมาะสมกับกิจการของคุณ
และสามารถดูประวัติความเป็นมาของโปรแกรมอีซี่เซลส์ 2014 ได้ตามรายละเอียดข้างล่างนี้

คุณสมบัติโปรแกรม

อีซี่เซลส์ 2014 เป็นโปรแกรมที่ใช้งานในการขายสินค้าหน้าร้านโดยสามารถใช้ร่วมกับ เครื่องอ่านบาร์โค้ด สามารถออกบิล ออกใบเสนอราคา ออกใบกำกับภาษี ออกบาร์โค้ด บริหารจัดการสต๊อค บริหารจัดการข้อมูล ลูกค้า ลูกหนี้   ตรวจสอบยอดการขาย บริหารสต็อก ซึ่งเหมาะสมกับกิจการ SMEs หลากหลายประเภท อาทิเช่น.
- ซุปเปอร์มาร์เก็ต
- ร้านวัสดุก่อสร้าง
- ร้านเครื่องเขียน
- ร้านขายเหล็กเส้น อลูมิเนียม
- ร้านล้างอัดฉีด ร้านอะไหล่ ประดับยนต์
- ร้านขายเฟอร์นิเจอร์
- ร้านขายอาหารสด อาหารแห้ง
- ร้านขายอาหารสัตว์และอุปกรณ์
- ร้านสินค้าการเกษตร
- ร้านขายของฝากที่ระลึก
- อาหารเสริมสุึขภาพ
- ร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า
- ร้านสังฆภัณฑ์

สำหรับโปรแกรมปัจจุบันแบ่งเป็น 4 level และมีลักษณะดังต่อไปนี้

Level 1

1. สามารถใช้งานได้หลายคน โดยผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการสามารถกำหนดให้สิทธิ์ให้ผู้ใช้งานอื่น เข้ามาใช้งานได้ตามตำแหน่งหน้าที่ ได้แก่พนักงานขาย Admin ผู้บริหาร โดยในแต่ละระดับจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลและหน้าจอที่แตกต่างกันไป

2. สามารถกำหนดราคาขายสินค้าได้สองประเภทคือ "ราคาขายปลีกและราคาขายส่ง" หรือกำหนดเป็น "ราคาขายเชื่อ ราคาขายสด" โดยสามารถเลือกที่หน้าจอหลักได้ทันที

3. สามารถขายสินค้าโดยกำหนดราคาแบบ "ตามอำเภอใจ" ได้ทันที
กรณีเช่นราคาขายจริงๆ ราคาอยู่ที่ 100 บาท แต่คุยกันถูกคอกับลูกค้า ก็สามารถลดราคาลงได้ตามความเหมาะสม โดยราคาที่เปลี่ยนแปลงจะไม่มีผลกระทบกับราคาขายจริงๆ ที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลแต่เป็นราคาที่กำหนดขายให้ลูกค้าเป็นรายๆไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการต่อรองกับลูกค้าและความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย โดยในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มราคาขายดังกล่าวได้เช่นกัน

4. สามารถบันทึกเก็บสถิติข้อมูลการเปลี่ยนแปลงราคาขายสินค้าแต่ละรายการได้

5. สามารถพิมพ์รหัสบาร์โค้ดแบบ EAN13 ได้ ทั้งแบบตามมาตรฐานสากลที่กำหนดมากับตัวสินค้า หรือแบบที่โปรแกรมออกให้เองอัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องคิดรหัสเอง โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าจะพิมพ์ออกที่เครื่องออกบาร์โค้ด(แล้วแต่ยี่ห้อ) หรือสั่งพิมพ์ออกเครื่องพิมพ์ inkjet หรือ Laser printer ทั่วไปที่มีขายตามท้องตลาด โดยพิมพ์ลงกระดาษสติ๊กเกอร์ A4 แล้วนำไปตัดแปะที่ตัวสินค้าได้ หรือสั่งพิมพ์บนกระดาษสติ๊กเกอร์ลาเบลสำเร็จรูปขนาด A5 ตราช้าง และ A4 ตราช้างได้ และยังสามารถพิมพ์บาร์โค้ดบนเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดตระกูล TSC ได้ทุกรุ่น

6. สามารถใช้งานได้กับเครื่องอ่านบาร์โค้ดทุกประเภท หรือกรณีที่ลูกค้าไม่ต้องการใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด โปรแกรมก็สนับสนุนให้ใช้งานแบบพิมพ์ค้นหา แบบฉลาดๆ โดยค้นหาเป็นคำๆเช่น พิมพ์คำว่า "ไม้ 3 นิ้ว" โปรแกรมจะค้นรายการสินค้าที่มีคำว่า "ไม้" "3" "นิ้ว" อยู่รายการสินค้าทั้งหมดมาแสดง

7. สามารถเชื่อมกับลิ้นชักเก็บเงินได้ ทั้งแบบต่อแบบ พอร์ต RS232 และ ต่อพ่วงกับเครื่องพิมพ์สลิป(แล้วแต่ยี่ห้อ)

8. สามารถดูผลการขายพิมพ์รายงานการขาย ตามช่วงระยะเวลาได้ โดยสามารถสรุป สรุปตามชื่อสินค้าที่ขาย สรุปตามบิล สรุปผลกำไรจากการขาย และพิมพ์ยอดขายสรุปตามบิลได้ สามารถสรุปยอดขายของพนักงานแต่ละคนได้

9.   สามารถกำหนดการตัดสต็อคได้ 3 แบบ คือ
      9.1.ไม่ต้องตัดสต็อคสินค้า โดยสามารถมาปรับให้ตัดสต็อคใหม่ในภายหลังได้
      9.2.ตัดสต็อคแบบ FIFO (First In First Out) (FIFO เป็นการนำสินค้าเข้าสต๊อคและตัดสต๊อค โดยกำหนดว่าสินค้า  
            ล๊อตแรกที่นำเข้ามาก่อนให้ จำหน่ายออกไปก่อน โดยต้นทุนสินค้าในแต่ละล๊อต อาจไม่เท่ากันก็ได้)
     9.3.กำหนดให้มีต้นทุน แต่ไม่ตัดสต็อค

10.   สามารถกำหนดหมวดหมู่สินค้าและประเภทสินค้าได้ เพื่อง่ายต่อการเช็คสต๊อคและแยกแยะสต๊อค

11.   สามารถกำหนดชั้นวางหรือโกดังที่เก็บสินค้าได้  เพื่อง่ายต่อการเช็คสต๊อคและการแยกแยะสต๊อค

12.   สามารถตรวจสอบยอดกำไรได้ทันทีในขณะที่กำลังบันทึกรายการสินค้าเพื่อทำการขาย

13.  สามารถพิมพ์บิล และใบเสร็จรับเงิน ได้ทั้งเครื่องพิมพ์แบบสลิป(กระดาษม้วน) หรือเครื่องพิมพ์ทั่วไป

14.  สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเครื่องเดียว (Stand Alone) และแบบหลายๆเครื่องพร้อมๆกัน (LAN)

15.  สามารถรองรับรายการสินค้าได้มากกว่า 100,000 รายการ

16. โปรแกรมสามารถแจ้งเตือนสต็อคได้ทันทีที่หน้าจอขาย เมื่อสินค้าไม่พอจำหน่าย

17. สา่มารถเพิ่มรูปสินค้าได้

(หมายเหตุ Level 1 ไม่มีระบบจัดเก็บชื่อลูกค้าและลูกหนี้)

Level 2

1.   รวมคุณสมบัติทั้งหมดจาก LEVEL 1
2.   เพิ่มระบบบริหารจัดการรายละเอียดลูกค้าเงินสด ประวัติการซื้อของลูกค้า
3.   เพิ่ม ระบบใบเสนอราคาที่แยกฐานข้อมูลออกเป็นอิสระออกจากฐานข้อมูลงานขาย และสามารถดึงข้อมูลจากใบเสนอราคา มาออกบิลขายได้ โดยสามารถเปลี่ยนแปลงราคาหรือจำนวนในภายหลังได้แล้วแต่ความต้องการของผู้ใช้ งาน
4.   สามารถดูผลการขายพิมพ์รายงานการขาย ตามช่วงระยะเวลา โดยสามารถสรุปได้ตามชื่อลูกค้า สรุปตามชื่อสินค้าที่ขาย  สรุปตามบิล สรุปผลกำไรจากการขาย  และพิมพ์ยอดขายสรุปตามบิลได้.

Level 3

1.   รวมคุณสมบัติทั้งหมดจาก LEVEL 1 และ LEVEL 2
2.   เพิ่ม ระบบบริหารจัดการ รายละเอียดลูกค้าเงินสดและลูกหนี้  ระบบรับชำระหนี้ ระบบติดตามหนี้ตรวจเช็คลูกหนี้วันนี้ ออกใบวางบิล ซึ่งระบบบริหารจัดการลูกหนี้ถือว่าเป็นส่วนเด่นมากๆของตัวอีซี่เซลส์ 2010 สามารถบริหารจัดการลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างสูงสุด ทั้งในกรณีที่ลูกค้าต้องการชำระหนี้บางส่วนจากยอดรวม หรือชำระหนี้ตามบิล ส่วนจะเด่นยังไงต้องลองใช้ดูครับ
3.   สามารถดูผลการขายพิมพ์ รายงานการขาย ตามช่วงระยะเวลาได้ โดยสามารถสรุปได้ตามชือลูกค้า สรุปตามชื่อสินค้าที่ขาย สรุปการรับชำระหนี้ สรุปลูกหนี้ สรุปผลกำไรจากการขาย  และพิมพ์ยอดขายสรุปตามบิลได้

Level 4

1.   รวมคุณสมบัติทั้งหมดจาก LEVEL 1 และ LEVEL 2 และ LEVEL 3
2.   เพิ่ม ระบบบริหารจัดการ การออกใบกำกับภาษี  แบบสรุปเป็นหน้าจอแยกต่างหาก  โดยคุณสามารถเลือกออกใบกำกับภาษีจากบิลขายที่มีอยู่จริง โดยโปรแกรมจะออกใบกำกับภาษีให้อัตโนมัติ ดังนี้
        2.1.ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี
        2.2.ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อ
        2.3.ใบส่งของ/ใบกำกับภาษี
การออกใบกำกับภาษีจะแยกออกจากบิลขายที่มีอยู่จริงเป็นคนละบัญชี (ฐานข้อมูลใบกำกับภาษีแยกอิสระออกจาก ฐานข้อมูลขายจริง)โดย ผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะออกใบกำกับภาษีในแต่ละรอบเดือนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ  สามารถเลือกบิลขายมาออกใบกำกับภาษีได้ตามความต้องการ โดยจะทราบยอดรวมของภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องการจะออกได้โดยทันที  และทราบยอดสรุปของใบกำกับภาษีได้ทันทีเช่นกัน

สรุปสั้นๆ ของแต่ละ Level

Level 1 มีระบบขาย ออกบิล พิมพ์บาร์โค้ด สต็อค

Level 2 รวมคุณสมบัติจาก Level 1 เพิ่มระบบบันทึกข้อมูลลูกค้าเงินสด,ระบบออก ใบเสนอราคา

Level 3 รวมคุณสมบัติจาก Level 1,2 เพิ่มระบบลูกหนี้

Level 4 รวมคุณสมบัติจาก Level 1,2,3 เพิ่มระบบออกใบกำกับภาษีแบบฉลาดๆ อัตโนมัติ

วิธีการเลือกใช้งาน ในแต่ละ Level เพื่อให้เหมาะสมกับกิจการของคุณ

1. หากเป็นร้านค้าทั่วไป ที่ต้องการระบบพิมพ์บาร์โค้ด เช็คสต็อค ขายหน้าร้าน(ขายเงินสด) เช็คยอดขาย มีระบบ Login ให้ผู้ใช้งานหลายๆคนเข้ามาใช้งาน ให้ใช้ Level 1
เหมาะสำหรับ ร้านค้าที่ต้องการขายและเช็คสต็อคและยอดขายเพียงอย่างเดียว

2. หากต้องการคุณสมบัติในข้อ 1 และเพิ่มการเก็บสถิติการซื้อขายของลูกค้าแต่ละราย โดยการขายสดเพียงอย่างเดียว และออกใบเสนอราคาให้ลูกค้า ให้ใช้ Level 2
เหมาะสำหรับ ร้านค้าที่ไม่ปล่อยเครดิตให้กับลูกค้า แต่ต้องการเก็บสถิติการขายของลูกค้าแต่ละราย

3. หากต้องการคุณสมบัติในข้อ 1+2 และต้องการให้ขายแบบเครดิต มีระบบบริหารจัดการลูกหนี้ได้ด้วย ให้ใช้ Level 3
เหมาะสำหรับ ร้านค้าที่มีการขายเงินสดและเงินเชื่อ ต้องการระบบบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพด้วย

4. หากต้องการคุณสมบัติในข้อ 1+2+3 และออกใบกำกับภาษีได้ด้วย โดยต้องการให้มีการบริหารจัดการระบบภาษีแบบฉลาดได้
โดยแยกบัญชีขายเป็น 2 ประเภทคือส่วนที่ขายจริงๆ และส่วนที่ออกบัญชีใบกำกับภาษี
ให้ใช้ Level 4
เหมาะสำหรับ ร้านค้าที่ต้องการระบบบริการจัดการภาษีที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับร้านค้าที่จ้างสำนักงานบัญชีให้ดูแลและ จัดทำบัญชีให้